Japan 2012 (ตอน 1) - โอซาก้า

posted on 25 May 2012 17:09 by pongwut-spock  in Travel
 
         Money mouth  ได้เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมาตอนช่วงต้นเดือนเมษา ปกติต้องเอามาบันทึกไว้ใน Blog แต่ยังไม่มีโอกาสเสียทีผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว เอาเป็นว่าจากนี้ไปจะขอเขียนไปเรื่อยๆ สลับกับเรื่องอื่นๆ แล้วกัน
 
          ปกติแล้วก่อนหน้านี้เวลาไปญี่ปุ่นผมมักมุ่งไปยังเมืองหลวงอย่างโตเกียวเพราะเป็นคนชอบอะไรทันสมัยและรู้สึกว่าเวลาอยากหาซื้อสินค้าอะไรอยู่ในเมืองมันจะมีร้านค้าทุกประเภทตรงตามความต้องการมากกว่า แต่หนนี้เลือกไปแถบคันไซโดยอยู่แถวโอซาก้าเป็นหลัก จุดหมายหลักคืออยากดูซากุระ
 
  
 
Money mouth  ภาพนี้ถ่ายวันที่ 4 เมษายน 2555  ที่วัดชื่อ Shitennoji ในโอซาก้า ซากุระเริ่มบานให้เห็นประปรายแล้วครับ สวยงามมากทีเดียว เมื่อผสานเข้ากับบรรยากาศวัดญี่ปุ่นที่แสนสงบ เรียบง่ายก็ทำให้เราเดินชมแล้วรู้สึกสบายใจ
 
 
Money mouth เป็นอีกภาพภายในวัดเดียวกัน เป็นทางเดินในสวนญี่ปุ่นภายในนั้น สไตล์สวนญี่ปุ่นก็อย่างที่หลายคนรู้กันจะออกแนวเรียบร้อย สะอาดตา เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ได้รับการออกแบบจัดเรียงมาอย่างเรียบร้อยจงใจ ผสานเข้ากันทั้งไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม สายน้ำและแน่นอนว่าต้องมีก้อนหินทั้งเล็กและใหญ่เรียงกันเอาไว้
 
 
Money mouth  ที่ญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมาย (จริงๆ ในไทยเราเขาก็ว่ามีเยอะเป็นร้อยนะ เพียงแต่ไม่ได้รับความสนใจบำรุงให้ดีและไม่ดังเลย)  ตามประสาประเทศเจริญแต่ละแห่งก็จะได้รับการดูแลอย่างดี มีความโดดเด่นทั้งโครงสร้างการออกแบบสถานที่และของที่เอามาจัดแสดง อย่างในภาพนี้คือพิพิธภัณฑ์ด้านการเดินเรือ ก็จะโชว์หัวเรือแบบต่างๆ ตัวอาคารเป็นทรงกลมโปร่งใสเปิดให้แดดส่องเข้ามาได้ ตั้งอยู่ริมทะเลโอซาก้าแถวนอกเมือง 
 
 
Money mouth  หัวเรือแบบแขกอาหรับ (มั้ง)
 
 
Money mouth  กลับมาชมในเมืองกันบ้างย่านนัมบะ แถวนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้าทั้งของกิน เสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ ตึกก็จะดูทันสมัยพอดู เรียกได้ว่าไม่แพ้โตเกียว
 
 
Money mouth  ป้ายกูลิโกะ หนึ่งในสัญลักษณะแสนโดดเด่นของย่านนี้ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งหลายผ่านมาต้องเก็บภาพกันแน่นอนครับ คิดว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่คุ้นตาคนไทยเรา เห็นมันจากการ์ตูน หนังหรือรายการท่องเที่ยว
 
 
Money mouth แถบนี้ก็จะอารมณ์ทุนนิยมที่สุดแล้ว มีแต่ห้างและร้านค้ามากมาย คล้ายๆ พวกย่านสยามของเรานี่แหละ ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเดินขวักไขว่ มีซอยแยกย่อยมากมาย ร้านเล็กใหญ่พร้อมดึงเงินออกจากกระเป๋าคุณ
 
 
Money mouth  ถนนสายหนึ่งที่เต็มไปด้วยร้านของกินมากมาย ร้านขายปูนี่เป็นหนึ่งในร้านดังที่คนส่วนใหญ่ต้องมาสักการะกัน ราคาก็ค่อนข้างแพงทีเดียว เท่าที่จำได้รู้สึกจะเจ็ดร้อยถึงพันกว่าเย็น ได้ขาปูอันนิดเดียว รสชาติก็อร่อยจริง แต่อย่าหวังว่าจะอิ่ม
 
 
Money mouth  ถ้าไม่อิ่มจากการกินปู ก็ควรจะหาอย่างอื่นกินต่อ เช่นขนมพวกนี้
 
 
Money mouth  หรือไม่ก็ต่อด้วยซูชิ ร้านนี้ดังเหมือนกันครับ ยอมรับว่าซูชิญีปุ่นสดจริงกินแล้วรู้สึกรสชาติอัพเกรดจากเมืองไทยเราไปอีกขั้นหนึ่ง ราคาก็ไม่แพงมากนะ มีหลายขนาดให้เลือก
 
 
Money mouth  ส่วนนี้คือร้านทาโกะยากิ เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่คนไทยคงคุ้นกันมั้ง มีทาโกะหลายแบบให้เลือก เช่นอย่างธรรมดา ในน้ำซุบ และที่สำคัญคือซุปเปอร์ทาโกะที่มีปลาหมึกใหญ่มากๆ แบบแทงทะลุล้นออกมาจากตัวแป้ง
 
 
Money mouth  แน่นอนว่าเป็นย่านกูลิโกะก็ต้องมีขายสินค้าเกี่ยวกับบริษัทนี้หลากหลายแบบอยู่แล้วครับ รสชาติหลากหลายมากมาย ใครที่เคยได้ยินมาว่าขนมญี่ปุ่นยี่ห้อเดียวกับไทยมีหลายรส ก็จะได้มาเห็นความเยอะของมันที่นี่นั่นแหละ
 
Money mouth  จบสำหรับวันแรกเท่านี้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะอัพเดทต่อไปในวันหน้าครับ

ภูเก็ต

posted on 18 May 2012 14:04 by pongwut-spock  in Travel
 
  Money mouth  ไปภูเก็ตมา 4 วันตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ขอบันทึกเอาไว้ซะหน่อย ผมไปใช้ชีวิตอยู่แถวหาดป่าตอง เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ค่อยได้เล่นน้ำ เพียงแค่จ้องมองชายหาด สายลม น้ำทะเลพยายามดื่มด่ำกับบรรยากาศเท่านั้นเอง นอกจากวันแรกที่แดดแรงแล้วส่วนใหญ่ฟ้าค่อนข้างครึ้มและมีฝนตกลงมาเป็นพัก พอไปอยู่ในย่านนักท่องเที่ยวแม้จะเป็นคนไทยเช่นเดียวกันแต่คนพื้นถิ่นมักเห็นเราเป็นชาวต่างชาติ คอยแต่เรียกให้ใช้บริการแท๊กซี่หรือชวนเข้าร้านอาหารทะเลข้างทางตลอด การ Hardsale แบบนี้คงเป็นเรื่องปกติของประเทศขายบริการอย่างไทยไปแล้วกระมัง 
 
  ระหว่างที่อยู่ที่นั่น เขียนงาน คิดพล็อตเรื่่องได้นิดหน่อย จำได้ว่าหลายปีก่อนเคยอ่านว่าปราบดา หยุ่นลงทุนไปเช่าห้องโรงแรมเล็กๆ ในฮ่องกงใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในห้องพักเพื่อเขียนบท The invisible wave ให้กับเป็นเอก ขณะอยู่ที่นี่ตอนทำงานพยายามจะคิดว่าตัวเองอาร์ตแบบปราบดาบ้าง แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยได้แฮะ สงสัยเราจะชอบเขียนอยู่ที่เดิมๆ เช่นโต๊ะทำงานที่บ้านมากกว่า 
 

(ดู) The American Horror story

posted on 11 May 2012 11:47 by pongwut-spock  in Travel
 
    Money mouth วันนี้เปลี่ยนมาเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ดูผ่านทางหน้่าจอไม่ใช่อ่านหนังสือกันบ้าง 
 
     เป็นซีรีส์ของอเมริกาความยาว 12 ตอนจบ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวพ่อแม่ลูกสามคนที่ซื้อบ้านเก่าสไตล์โบราณ (ไม่ได้จำว่าเรียกว่าอะไร เอาเป็นว่าพวกที่สร้างมาตั้งแต่ต้นยุค 1900 อะไรทำนองนั้น) แล้วในบ้านนั้นก็มีวิญญาณร้ายและประวัติศาสตร์ชวนสยองมากมาย เจ้าของบ้านที่มาอาศัยตั้งแต่คนสร้าง ยันครอบครัวสุดท้ายในปี 2010 ล้วนแต่ประสบกับเรื่องร้าย ตายสยองทั้งสิ้น (ที่รอดชีวิตอยู่ถ้าไม่จิตเสื่อม ก็ต้องเจ็บป่วยพิกลพิการ) 
 
      ช่วง 1-2 ตอนแรกเริ่มต้นค่อนข้างน่าสนใจ รู้สึกว่ามีผีหลากชนิดดี มีทั้งวิญญาณลึกลับในชุดหนัง(ยาง)สีดำปิดหน้าปิดตาหมดดูวิปริต - วิญญาณคนรับใช้ - ผีทารกปีศาจสยอง - ผีหมอ - ผีพยาบาล - ผีฆาตกร -  ผีวัยรุ่นและเด็กโรคจิต - และผีอื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ แทบทั้งหมดก็เคยเป็นมนุษย์มาก่อนและตายในบ้านนี้นั่นแหละ 
 
 
 
     น่าเสียดายที่ดูจนจบแล้วพบว่าความสนุกเร้าใจนั้นน้อยกว่าที่คิดเอาไว้ ปกติแล้วด้วยลักษณะการเป็นซีรีส์มีหลายตอนน่าจะเปิดโอกาสให้มีพล็อตที่ตื่นเต้น ซับซ้อนหรือหักมุมได้เยอะๆ แต่เรื่องนี้กลับเลือกใช้โครงเรื่องที่ค่อนข้างตรงทื่อมาก คือผีแต่ละตัวก็ไม่ได้น่าสนใจอะไร แม้จะมีเยอะก็ตาม แค่ทำหน้าที่ของผีอย่างวิสัยปกติ หลอกคนไป เป็นผีแบบเบสิคที่ไม่ซับซ้อนอะไรเลย ดูช่วงสามสี่ตอนหลังจะรู้สึกได้ว่ามันยืดๆ คือเรื่องไม่เดินหน้า ไม่มีเรื่องสดใหม่น่าสนใจแล้ว แต่ใช้วิธีตีวนกับพล็อตหลักอันเดียวเกี่ยวกับการท้องลูกแฝดที่ตัวหนึ่งเป็นเด็กปีศาจ ซึ่งไอ้เรื่องทำนองนี้สำหรับหนังสยองขวัญแล้วถือว่าเก่ามาก 
 
       พอดูโดยรวมทั้งหมดก็รู้สึกว่า เนื้อหาแค่นี้เล่าให้จบโดยใช้เวลาเท่ากับหนังสองชั่วโมงก็น่าจะพอ ไม่เห็นจำเป็นต้องมาทำเป็นซีรีส์ตั้ง 12 ตอนยาวร่วมสิบชั่วโมง สรุปคือค่อนข้างผิดหวังกับเนื้อเรื่องที่ธรรมดาไปหน่อย แต่มีข้อดีคือนักแสดง ฉาก การถ่ายทำ เสียงประกอบและงานสร้างด้านอื่นๆ อยู่ในมาตรฐานที่ดี 
 
ให้คะแนน 7/10 แล้วกัน