เที่ยวงานบ้านและสวนแฟร์ 2009

posted on 30 Oct 2009 20:30 by pongwut-spock  in Other

 

     วันนี้ได้มีโอกาสไปเมืองทองธานี เที่ยวงานบ้านและสวนแฟร์ประจำปี 2009 เลยถ่ายภาพในงานเก็บมาหน่อย สำหรับงานนี้ผมก็เคยไปเที่ยวบ้างอยู่แล้วในบางปี คิดว่าเป็นงานเกี่ยวกับของแต่งบ้านที่ค่อนข้างดังและคนให้ความสนใจกันมากเมื่อเทียบกับงานอื่นในประเภทเดียวกัน 

   ตามความรู้สึกส่วนตัวรู้สึกว่าปีนี้ร้านค้าที่อยู่ในงาน ข้าวของดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ บางทีอาจจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจในปีนี้ก็ได้ ตลอดปีที่ผ่านมาอยู่ในช่วงขาลง กิจการต่างๆ ก็เลยไม่ค่อยผลิตอะไรใหม่ๆ ออกมาขายเป็นธรรมดา 

   ยังไงก็ตามไปดูรูปเลยแล้วกัน ถ่ายมาหลายรูปเหมือนกัน 

  

   ภาพป้ายทางเข้างาน 

  

   รู้สึกว่าจะฉลองการจัดงานมาครบสิบปีพอดี ต้องถ่ายรูปกับเลขสิบสักนิดเป็นศิริมงคล

   

    ภาพอะไรหว่าลืมละ ประมาณว่าสวนตัวอย่างที่จัดในงานนั่นแหละ

   

   สวนตัวอย่างอีกรูปแน่นอนว่าบ้านคนทั่้วไปก็คงไม่ค่อยมีใครได้จัดแบบนี้นัก

 

 รูปแบบการจัดแบบนี้รู้สึกว่านิยมมาหลายปีแล้ว คืออารมณ์แบบบ้านในชนบทแบบอังกฤษๆ แต่จัดในไทยก็อาจจะไม่เหมือนตรงบรรยากาศของอากาศ 

 

 ตามงานแบบนี้ก็แน่นอนว่าต้องมีดนตรีแสดงบรรเลงเพลงช้าๆ มีคลาส จะว่าไปทุกงานเลยต้องมีเก้าอี้กระดาษของ SCGทั้งงานสัปดาห์หนังสือและงานนี้มีเหมือนกันหมด

 

  มีแสดงงานศิลปะรู้สึกคอนเซปต์จะเป็นทำนองว่าศิลปินหญิงรุ่นใหม่นะ แต่ไม่เข้าใจเลยทำไมทำงานออกมาได้รูปแบบหลอนๆ น่ากลัวทั้งนั้นเลย 

 

  อันนี้ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ยังสีสดๆ ธรรมดา 

 

  พวกนี้สิเริ่มประหลาดๆ หลอนๆ ละตัวอะไรเนี่ย 

 

  ดูแต่ละตัวไม่เข้าใจคอนเซปต์คืออะไร silent hill เหรอ? หน้าตาศิลปินก็ดังรูปดูเป็นหญิงสาวร่าเริงธรรมดา 

 

  ภาพน้ำตกจำลองในงานอีกนิด 

 

 ปิดท้ายด้วยภาพตัวเองอีกหน ภาพร้านค้าในงานไม่ได้ถ่ายมาเท่าไหร่เพราะบางทีเขาห้ามถ่ายสินค้า 

 ใครจะไปเที่ยวก็เชิญได้ครับจัดถึงวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนนี้ 

 

        เคยมีแฟนหนังสือคนหนึ่งที่คุยกันใน MSN ถามว่าวันๆ หนึ่งผมทำอะไรอย่างอื่นนอกจากเขียนและอ่านหนังสือหรือเปล่า ซึ่งคำตอบก็คือแน่นอนผมต้องทำอะไรอย่างอื่นบ้างอยู่แล้วละ ดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวี เล่นเกมทำกิจกรรมหลากหลายไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ปกติแต่บางทีการเขียน blog มันเกิดขึ้นในอัตราโดยเฉลี่ยคือ 1 วันต่อครั้ง บางครั้งเรื่องที่ถูกนำเสนอไปเลยเกี่ยวข้องกับการงานที่เป็นเรื่องหนังสือมากที่สุด 

       วันนี้เลยรู้สึกว่าเขียนเกี่ยวกับเรื่องความบันเทิงอื่นๆ ที่รับเข้าหัวในช่วงนี้บ้างดีกว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ 

       อัลบั้มเพลงไทยที่ฟังบ่อยและชอบในช่วงนี้  คืองานของวง 25 hour รู้สึกว่าเนื้อร้องและทำนองถูกโฉลก เสียงนักร้องฟังแล้วบางครั้งก็ดูละม้ายคล้ายผู้หญิงทำให้รู้สึกได้อารมณ์เศร้าๆ หมองๆ ในบางเพลง นอกจากอัลบั้มนี้แล้วเพลงไทยที่ฟังเยอะช่วงนี้คืออัลบั้มของพี่ Bird ธงไชยสิบกว่าอัลบั้มตั้งแต่ ปี พ.ศ.2529 หาดทราย สายลม สองเรา ถึง ปี พ.ศ.2545 ชุดรับแขกที่มีแฟนจ๋า 

      

 

       อัลบั้มเพลงฝรั่งที่ชอบฟังมีงานของ Howie day ชุดใหม่เพิ่งออกมา อัลบั้มก่อนหน้านี้ของเขาออกมาตั้งแต่ปี 2004 แล้วตอนนั้นผมลองไปฟังที่ tower record สยาม (ตอนนั้นมันยังไม่เจ๊งเลย)  แล้วรู้สึกชอบคือเพลงออกแนวหม่น เศร้า โดนใจ ยุคนี้เพลงฝรั่งไม่ค่อยฮิตในไทยแล้วแต่ถ้าใครชอบดูซีรีย์ฝรั่งผมคิดว่าอาจจะเคยได้ยินเพลง collide ของเขาผ่านหูไปบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมได้ยินมันประกอบอยู่ในหนังฝรั่งหลายเรื่องทีเดียว (ใครสงสัยว่าเป็นเพลงไหนลองเอาคำว่า Howie day collide ไปใส่กูเกิ้ลก็จะพบไฟล์วีดีโอให้ได้ลองฟังเอง 

      

       ด้านล่างนี่คือภาพปกอัลบั้มแรก stop all the world now ที่ชอบมากเลยฟังแล้วปิ๊งๆ โดนใจ

      

     พูดถึงเรื่องหนังบ้างเดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยได้ไปดูหนังในโรงเลย อารมณ์ประมาณว่าขี้เกียจถ้าไม่เกี่ยวข้องกับงานแบบต้องรีบดูจริงๆ มักจะรอเป็นดีวีดีก่อน ส่วนใหญ่แล้วพอรู้ตัวอีกทีดีวีดีก็มักจะออกมาอย่างรวดเร็วแทบจะไม่ทันได้ตั้งตัวอีกด้วย ล่าสุดที่เพิ่งดูไปและชอบคือ tropic thunder ซึ่งผมว่ามันเป็นหนังตลกที่โคตรขำเลย ผมว่าเป็นหนังตลกที่เขียนบทได้ดีมากเลยนะ ดูลงตัวดีไปหมด ช่วงที่โดนใจมากคือตอนที่ robert downie jr. พูดกับเบน สติลเลอร์ เรื่องเกี่ยวกับที่ออสการ์มองนักแสดงที่เล่นบทคนปัญญาอ่อนยังไง แหมมันดูตรงจุดและคมดีอย่างบอกไม่ถูก

    

    บางคนอาจจะเคยสงสัยเวลาผมพูดถึงหนังสือ วิจารณ์ทั้งงานตัวเองหรืองานของคนอื่นแล้วเห็นว่าไม่เคยชมหรือให้คะแนนเรื่องไหนสมบูรณ์แบบเต็ม 100 อะไรแบบนี้เลย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันอาจจะเป็นเพราะเป็นด้านที่ตัวเองถนัดที่ตัวเองสนใจเลยรู้สึกว่ามองจุดอ่อน มององค์ประกอบหยิบย่อยของมันเห็นได้ง่ายกว่างานศิลปะรูปแบบอื่นๆ ในขณะที่ถ้าเป็น หนัง เพลง หรือเกม ซึ่งตัวเองไม่มีทักษะในการทำเนี่ย บางครั้งผมคิดว่าตัวเองอาจจะให้คะแนนเต็มไ้ด้ง่ายมากถ้าเจอกับของที่ชอบและตรงใจ 

   อย่างเกมซีรีย์ที่ผมรอคอยและอยากเล่นที่สุดในปีนี้ของเครื่อง PS3 คือเกมตามภาพด้านล่างนี้ Ratchet&Clank ภาคใหม่ซึ่งคนไทยตามบอร์ดวีดีโอเกมเขาชอบเรียกกันเล่นๆ ว่าเกมกระรอกกระแต (จริงๆ มันเป็นมนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่าลอมแบทผจญภัยกับหุ่นยนต์คู่หู)มันไม่ใช่เกมดังฟอร์มยักษ์อะไรที่คนชอบกันเยอะหรอกแต่ผมโคตรชอบเลยซื้อเพลย์สามมาเพราะอยากเล่นเกมนี้เลยนะ ภาคล่าสุดที่มีชื่อว่า a crack in time เพิ่งจะออกมาเมื่อวานเองมั้งเดี๋ยวอีกไม่กี่วันนี้ว่าจะหาซื้อมาเล่น เกมนี้เล่นทีไรเทใจให้ 100 เต็มตลอดด้วยความชอบแบบไม่มีเหตุผล  

  

   ก็นี่ละครับความบันเทิงอื่นๆ ในชีวิตที่ชอบในช่วงนี้ นอกเหนือไปจากหนังสือ  นี่ตัด review หนัง av ไปอย่างนะ 555 

      

 

       เมื่อเช้าตื่นตั้งแต่ตีห้าเดินทางไปตึกชินวัตร 3 เพื่อไปออกรายการบันเทิงช่วงข่าวเช้าของไทยพีบีเอส นอกจากผมแล้วอีกคนหนึ่งคือคุณปุ้ย บอกอจากทางสำนักพิมพ์แจ่มใส โดยคุณปุ้ยก็พูดเรื่องในมุมของบอกอส่วนผมก็พูดในมุมของนักเขียนเกี่ยวกับแฟนตาซีไทยและโอกาสในการเติบโตต่อไปในอนาคตพิธีกรคือ คุณ พนิตนาฏ อติศัพท์

    

    ตอนนี้ขี้เกียจเขียนเล่ายาวๆ สำหรับเนื้อหาของรายการถ้าใครสนใจเดี๋ยวลองคลิ๊กดู 

     http://www.thaifreetv.net/tv/replay_tv.php

    เลือก สถานี คือทีวีไทย วันที่ 28 ตุลาคม 2552  เวลา 07.00-07.59 

   ตอนช่วงของพวกผมมีตอนนาทีที่ 21 ถึง นาทีที่ 34 ครับ 

 

   

   พักนี้เจอพี่เจน พีอาร์ของสถาพรบ่อยจนชินว่าต้องเตรียมหนังสือไว้โปรโมท คราวนี้ไปคนเดียวผมเลยพกไปสองเล่ม เอาเฮอร์มีสไป พอดีเลยเอาไปตั้งไว้ตรงด้านหน้าโต๊ะ ทางแจ่มใสเขามากันสามคนขนหนังสือกันมาเยอะมาก คุยเรื่อยเปื่อยกับคุณปุ้ย บอกอแจ่มใส เขาจำเคจได้ด้วยคนเขียนตราบฝันที่ชนะนักเขียนหน้าใสปีนี้สาขาแฟนตาซีได้บอกว่าเก่ง (แบบนี้แหละผมฝึกมากับมือ 555 อันนี้โม้นะไม่เกี่ยว)